Next Post >

เคล็ดลับการฟื้นตัวหลังมาราธอน


ภาพระยะใกล้ของรองเท้า HOKA ขณะนักวิ่งกำลังวิ่ง

เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลมาราธอนแบบเต็มตัว นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเตรียมตัวสำหรับ “หลังเส้นชัย” ไม่ว่ามาราธอนครั้งนี้จะเป็นระยะ 42.195 กิโลเมตรครั้งแรกหรือครั้งที่ห้าสิบของคุณ การฟื้นตัวมีผลอย่างยิ่งต่อทั้งความรู้สึกของร่างกาย และระยะเวลาที่คุณจะกลับมาวิ่งได้อย่างแข็งแรงอีกครั้ง

แผนการฟื้นตัวหลังมาราธอนของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป และอาจเปลี่ยนไปตามแต่ละสนามที่ลงแข่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ “ช่วงฟื้นตัว” สมควรได้รับความสำคัญไม่แพ้ช่วงซ้อมเลย ค่อย ๆ ผ่อนจังหวะ รับฟังร่างกายของตัวเอง และใช้คู่มือนี้เป็นแนวทางเพื่อให้การรีเซ็ตหลังการแข่งขันของคุณมีประสิทธิภาพที่สุด

ทำไมการฟื้นตัวหลังมาราธอนถึงสำคัญ

การข้ามเส้นชัยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเดินทางในมาราธอนเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ช่วงฟื้นตัวคือเวลาที่ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง เติมพลัง และรีเซ็ตหลังจากระยะทางอันยาวนาน การให้ความสำคัญกับขั้นตอนนี้ช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ ฟื้นฟูพลังงาน และเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับการวิ่งครั้งต่อไป

แม้แต่การเคลื่อนไหวเบา ๆ เช่น การเดิน โยคะเบา ๆ หรือปั่นจักรยานช้า ๆ ก็ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและคลายความตึงกล้ามเนื้อได้ โดยไม่เพิ่มโหลดให้กับขาที่ล้าอยู่แล้ว ฟังสัญญาณจากร่างกาย ให้วันพักเมื่อรู้สึกจำเป็น และอย่าลืมว่า “การฟื้นตัวอย่างชาญฉลาด” คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณวิ่งได้แข็งแรงไปได้นาน ๆ

การฟื้นตัวทันทีหลังมาราธอน

ก่อนอื่น ขอยินดีด้วยจากใจ คุณเพิ่งวิ่งจบมาราธอน 42.195 กิโลเมตร ไม่ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกหรือครั้งที่ร้อย นี่คือความสำเร็จที่น่าภูมิใจอย่างแท้จริง

แม้อาจจะอยากทิ้งตัวลงนอนแล้วรับคำยกย่องแบบฮีโร่อย่าง Pheidippides… แต่อย่าเพิ่งทำแบบนั้น เพราะ 1–3 ชั่วโมงแรกหลังเข้าเส้นชัยคือช่วงเวลา “ทอง” ของกระบวนการฟื้นตัว

ตอนนี้คุณอาจรู้สึกขาอ่อนแรง ปวดข้อต่อหรือเส้นเอ็น มีแผลพุพอง หรือเมื่อยล้ากล้ามเนื้ออย่างหนัก หรือบางคนอาจรู้สึก “ไม่เป็นไรเลย” ก็ได้

ไม่ว่าจะรู้สึกแบบไหน สิ่งเหล่านี้คือขั้นตอนที่ควรทำอย่างยิ่ง:

เคลื่อนไหวต่ออีกเล็กน้อยเพื่อคูลดาวน์

การเปลี่ยนจากโหมแรงในไมล์สุดท้ายของการแข่งขันไปสู่การหยุดนิ่งทันที เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายส่วนใหญ่ไม่ชอบเท่าไรนัก

พยายามเดินต่ออีกสักระยะเพื่อช่วยให้หัวใจและระบบไหลเวียนเลือดค่อย ๆ ลดระดับลง แม้อาจรู้สึกไม่อยากขยับแล้ว แต่การคูลดาวน์อย่างต่อเนื่อง ย่อมดีกว่าการหยุดแบบกะทันหัน

เติมพลังด้วยคาร์บและโปรตีน

หลังข้ามเส้นชัยคุณอาจยังไม่รู้สึกหิว แต่การเติมพลังถือเป็นหัวใจสำคัญ ภายในประมาณ 30 นาทีแรก แนะนำให้ทานคาร์โบไฮเดรตย่อยง่ายร่วมกับโปรตีนไม่ติดมัน เพื่อเริ่มกระบวนการฟื้นตัวของร่างกาย

  • คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานหลักของกล้ามเนื้อ เลือกอาหารย่อยง่าย เช่น กล้วย ขนมปังขาวหรือเบเกิล ขนมปังกรอบ ข้าวพอง กราโนลา หรือเจลกีฬา/นมช็อกโกแลต เพื่อเติมไกลโคเจนที่ใช้ไปและคืนพลังงานให้ร่างกายอย่างรวดเร็ว
  • โปรตีน ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เลือกเมนูเบา ๆ เช่น โยเกิร์ต ไข่ แซนด์วิชอกไก่หรือไก่งวง หรือเชคโปรตีนแก้วเล็ก

หลีกเลี่ยงอาหารมันจัด หนักท้อง หรือมีกากใยสูงในทันที ให้เริ่มจากอาหารที่สบายกระเพาะก่อน เมื่อเริ่มรู้สึกหิวมากขึ้น ค่อยปรับไปเป็นมื้อที่สมดุลด้วยคาร์บเชิงซ้อน โปรตีน และไขมันดี เพื่อให้การฟื้นตัวเดินหน้าต่อเนื่อง

ชดเชยน้ำและอิเล็กโทรไลต์

ต่อให้คุณจะดูแลเรื่องการดื่มน้ำระหว่างการแข่งขันดีแค่ไหน ตลอดเส้นทางคุณก็ยังสูญเสียน้ำและเกลือแร่ผ่านเหงื่ออยู่ดี ถึงเวลาต้องเติมกลับแล้ว

เครื่องดื่มเกลือแร่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และควรตามด้วยอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีความเค็มเล็กน้อย เช่น น้ำมะเขือเทศ หรือน้ำซุป พร้อมกับน้ำเปล่า เพื่อช่วยให้ระดับน้ำในร่างกายกลับมาสมดุล

หลายคนอาจอยากฉลองด้วยเบียร์หลังแข่งซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่อย่าลืมว่าแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ และอาจทำให้ร่างกายยิ่งขาดน้ำ หากจะดื่ม ควรดื่มน้ำเปล่าชดเชยเพิ่มด้วยเสมอ

ไม่ว่ารูปแบบการฟื้นตัวของคุณจะเป็นแบบไหนก็ตาม 3 อย่างนี้—การคูลดาวน์ การเติมคาร์บและโปรตีน และการฟื้นระดับน้ำกับอิเล็กโทรไลต์—ควรถูกมองว่าเป็น “หัวใจหลัก” ของการฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงวันและสัปดาห์ถัดจากการแข่งขัน

หลังผ่านไปประมาณสามชั่วโมง ร่างกายจะตอบสนองต่อสิ่งที่ได้รับทันทีน้อยลง และกระบวนการฟื้นตัวจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นระยะยาวมากขึ้น

ชั่วโมงแรก ๆ และคืนหลังจบมาราธอน

เมื่อจัดการเรื่องพื้นฐานของการฟื้นตัวทันทีหลังแข่งแล้ว ต่อไปคือการดูแล “ขา” ของคุณอย่างจริงจัง

อย่างที่กล่าวไปแล้ว คุณอาจรู้สึกเข่าอ่อน ปวดเมื่อย หรืออาจรู้สึกปกติดีกว่าที่คิด ถ้าขายังรู้สึกสบาย มีโอกาสอยู่สองแบบ:

  • คุณซ้อมมาราธอนมาหลายเดือนอย่างมีวางแผน และจัดการเพซได้ดีมากในการแข่งขันครั้งนี้
  • ความเมื่อยยังมาไม่ถึง และจะเริ่มชัดภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า

ส่วนใหญ่แล้วข้อสองมักใกล้ความจริงมากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ระยะ 42.195 กิโลเมตร

ก็หนักพอที่จะต้องมี “โปรโตคอลฟื้นตัวสำหรับขา” โดยเฉพาะ

เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าแห้งและอุ่น

หลังข้ามเส้นชัย สิ่งแรกที่ควรทำคือเปลี่ยนจากชุดแข่งที่ชุ่มเหงื่อออก แม้สภาพอากาศจะดูอบอุ่น แต่ร่างกายสามารถเย็นลงอย่างรวดเร็วเมื่อคุณหยุดเคลื่อนไหว โดยเฉพาะถ้ายังใส่เสื้อผ้าที่เปียกอยู่ ซึ่งอาจทำให้หนาวสั่น ฟื้นตัวช้าลง หรือกระทบต่อภูมิคุ้มกันได้

แนะนำให้เตรียม “ถุงหลังแข่ง” ไว้ล่วงหน้า ใส่ของจำเป็นอย่าง ถุงเท้าแห้ง รองเท้าคู่ใหม่ และเสื้อผ้าให้ความอบอุ่น เช่น แจ็กเก็ตน้ำหนักเบา หรือฮู้ดดี้เนื้อหนาเล็กน้อย แม้พยากรณ์อากาศจะดูสบาย ๆ ก็ตาม จุดสำคัญคือ “ความแห้งและความอบอุ่น” อย่านั่งนิ่ง ๆ นานในชุดที่เปียก

เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ลองสวมไอเทมเพื่อการฟื้นตัวให้ร่างกายพักเต็มที่ เช่น Essential Recovery Pant และ Essential Recovery Hoodie สำหรับผู้หญิง หรือ Essential Recovery Hoodie และ Essential Recovery Pant สำหรับผู้ชาย ส่วนรองเท้า แนะนำให้ให้ขาได้พักกับความนุ่มสบายอย่าง Women’s Skyward Laceless, Men’s Skyward Laceless หรือสวมสไลด์ยอดนิยมอย่าง Ora Recovery Slide เพื่อเข้าสู่โหมดการฟื้นตัวอย่างเต็มตัว

ลดอาการบวมและช่วยการไหลเวียนโลหิต

หลังวิ่งระยะ 42.195 กิโลเมตร กล้ามเนื้อขาของคุณรับแรงกระแทกไปมหาศาล การบวมจึงเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกาย แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจทำให้ฟื้นตัวช้าลงได้

ลองโฟกัสที่ “ความเย็น” และ “การไหลเวียน” ดังนี้:

  • อาบน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิต่ำ โดยให้น้ำไหลผ่านบริเวณขา หรือแช่น้ำเย็นบางส่วน บางคนอาจเติมน้ำแข็งลงไป แต่ไม่จำเป็นต้องแช่ทั้งตัว เป้าหมายคือช่วยลดบวมที่ขาและเท้า ไม่ใช่ลดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย หลีกเลี่ยงน้ำร้อนหรืออ่างน้ำร้อนในช่วงแรก
  • ยกขาสูง โดยนอนหงายและวางเท้าพิงกำแพงสักสองสามนาที วิธีนี้ช่วยให้เลือดไหลกลับ ช่วยลดแรงกดและอาการตึง
  • ยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ หรือใช้โฟมโรลอย่างนุ่มนวล เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโดยไม่เพิ่มภาระให้กล้ามเนื้อ
  • ดื่มน้ำต่อเนื่องเพื่อช่วยขับของเสียจากกล้ามเนื้อและสนับสนุนกระบวนการฟื้นตัวโดยรวม

ทานมื้อฟื้นตัวที่สมดุล

กล้ามเนื้อขา แกนกลางลำตัว ไหล่ และแขน ล้วนต้องการสารอาหารเพื่อซ่อมแซมจากแรงกดดันที่เพิ่งผ่านพ้นมา

สำหรับมื้อเย็นหลังแข่ง ลองวางให้มีสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรต ไขมันดี โปรตีน และอาหารที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุอย่างสมดุล เช่น เมนูปลากับข้าว ผักหลากสี อะโวคาโด หรือมันหวาน เป้าหมายคือให้พลังและสารอาหารเพียงพอ โดยไม่หนักจนเกินไป

ให้ความสำคัญกับการนอน

การนอนไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือ “ช่วงซ่อมแซม” ของร่างกายอย่างแท้จริง หลังจบมาราธอน ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟู และการนอนอย่างเพียงพอคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะสนับสนุนกระบวนการนี้

ระหว่างที่คุณหลับ ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ และฟื้นฟูระดับพลังงาน การนอนน้อยเกินไปอาจทำให้อาการล้าค้างนานขึ้น เพิ่มความเหนื่อยสะสม และทำให้การฟื้นตัวโดยรวมช้าลง

พยายามนอนให้ได้ประมาณ 7–9 ชั่วโมงในคืนหลังแข่ง หากรู้สึกเหนื่อยมาก อาจเสริมด้วยการงีบสั้น ๆ 20–30 นาทีในช่วงกลางวัน โดยพยายามไม่ให้ดึกเกินไปเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนตอนกลางคืน

เตรียมสภาพแวดล้อมการนอนให้เหมาะสม เช่น ห้องมืด อากาศเย็นสบาย และเงียบ หลีกเลี่ยงมื้อหนักหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ และรบกวนวงจรการนอนตามธรรมชาติ การให้ความสำคัญกับการนอน คือการให้เวลาร่างกายได้ฟื้นกลับมาอย่างเต็มที่

Back to Blog